แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคอัลไซเมอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคอัลไซเมอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

โรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ

อัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ
     โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของระบบประสาทส่วนกลาง พบว่าทั่วโลกมีคนเป็นโรคนี้กว่า 20 ล้านคน โดยเฉลี่ยผู้ป่วยจะมีอายุสั้น และเสียชีวิตภายใน 10 ปีหลังเกิดโรค            

     จนถึงปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้ได้
      โรคอัลไซเมอร์ พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจนไม่สามารถดูแลตนเองได้ อาการของผู้ป่วยอาจแบ่งได้เป็น 4 ระยะ
     1. ระยะที่หนึ่ง ผู้ป่วยจะเริ่มมีปัญหาเรื่องของความทรงจำ มีอาการลืมในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ในขณะที่ความทรงจำในอดีตยังดีอยู่ ผู้ป่วยจะดูเชื่องช้าลง ไม่กระฉับกระเฉง เริ่มจำหนทาง หรือชื่อคนบางคนไม่ได้ ในช่วงนี้ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์โกรธง่าย หรือซึมเศร้า การดูแลผู้ป่วยในระยะนี้ เริ่มตั้งแต่การให้เวลาผู้ป่วยในการตอบคำถาม หรือการตอบสนองกับสิ่งรอบข้าง เนื่องจากผู้ป่วยจะเชื่องช้าลงจากการทำงานของสมองที่เสียไป ควรจะช่วยให้ผู้ป่วยคลายความกังวลโดยบอกขั้นตอนทีละลำดับช้า ๆ เพื่อให้ผู้ป่วยทำตามได้ และควรจัดให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนเป็นช่วง ๆ จะทำให้ผู้ป่วยอารมณ์ดีขึ้น
     2. ระยะที่สอง ผู้ป่วยจะเริ่มมีปัญหาในการตัดสินใจ อาจคิดหรือพูดอะไรซ้ำ ๆ เริ่มมีปัญหาเรื่องการรับรู้ เช่น ผู้ป่วยอาจจะทำน้ำร้อยลวกมือตนเองแล้วมองบาดแผลเฉย ๆ โดยไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น นอกจากนี้ยังสูญเสียความสามารถทางคำพูด ไม่สามารถบ่งบอกในสิ่งที่ตนเองคิดหรือเข้าใจผ่านทางภาษาได้ การดูผู้ป่วยในระยะนี้ ควรดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยจัดกิจวัตรประจำวันให้กับผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยปรับตัวได้ง่ายขึ้น บางครั้งควรทบทวนในสิ่งที่ผู้ป่วยพูด และเน้นสรุปในสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการจะสื่อ เพื่อช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้ปฏิทินตัวใหญ่ ๆ การแขวนนาฬิกาให้ผู้ป่วยเห็นได้ง่าย นอกจากนี้ญาติและครอบครัวของผู้ป่วย ต้องช่วยกันสังเกต และประเมินในเรื่องความสามารถด้านต่าง ๆ และพฤติกรรมของผู้ป่วยโดยเทียบกับพฤติกรรมเดิม เพื่อให้ทราบความสามารถที่ลดลงในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้จัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยในช่วงนั้น ๆ ได้
     3. ระยะที่สาม ผู้ป่วยมีความบกพร่องในเรื่องความรู้ความสามารถมากขึ้น ไม่สามารถจดจำสถานที่ต่าง ๆ ได้ เริ่มบกพร่องในการดูแลสุขอนามัยของตนเอง และไม่สามารถทรงตัวได้ดีขณะยืนหรือเดิน ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการโรคจิตหวาดระแวง หรือมีหูแว่วได้ การดูแลผู้ป่วยในระยะนี้จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ญาติจะต้องคอยดูแล และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้ป่วยที่ถดถอยลง ในรายที่มีอาการโรคจิต หูแว่ว จำเป็นต้องพบแพทย์ และรับประทานยาเพื่อควบคุมพฤติกรรมที่เป็นปัญหา
     4. ระยะที่สี่ ผู้ป่วยอาจออกจากบ้าน เร่ร่อนบ่อยขึ้น และอาจมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ หรือพูดซ้ำ ๆ ตลอด นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายที่ไม่เป็นที่เป็นทาง ผู้ป่วยอาจจะจำใครได้ได้เลย หรือจำเรื่องรายบางสิ่งได้เป็นนาที และลืมภายในไม่กี่นาที การดูแลผู้ป่วยระยะนี้ จำเป็นต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตนเองได้เลย รวมถึงเรื่องกิจวัตรประจำวัน เช่น การรับประทาน ซึ่งผู้ป่วยอาจเคี้ยวหรือกลืนอาหารเองไม่ได้ การเตรียมอาหารที่บดหยาบ และไม่เหลวจนเกินไป จะช่วยให้ผู้ป่วยรับประทานได้ง่ายขึ้น พยายามป้อนน้ำทีละน้อย แต่บ่อยขึ้นเพื่อลดภาวะการขาดน้ำของผู้ป่วย        นอกจากนี้การดูแลเรื่องการขับถ่ายเป็นสิ่งสำคัญต้องพยายามพาผู้ป่วยเข้าห้องน้ำให้ถี่ขึ้น เพื่อลดการถ่ายเรี่ยวราด รวมทั้งเรื่องการดูแลความสะอาดของร่างกาย เพื่อป้องกันการติดเชื้อทางผิวหนัง
                 โรคอัลไซเมอร์รักษาหรือป้องกันได้หรือไม่
     ในปัจจุบันยังไม่มียาที่ได้ผลจริงจังในการป้องกันการเสื่อมของสมอง หรือหยุดยั้งการตายของเซลล์สมองที่เป็นเร็ว และมากกว่าปกติในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ การรักษาผู้ป่วยมี 2 อย่าง คือ
     1. การรักษาตามอาการ ได้แก่ ยาที่ควบคุมจิตใจ และพฤติกรรมที่ก้าวร้าว การให้ยานอนหลับสำหรับผู้ป่วยที่ไม่หลับเวลากลางคืน ยาแก้เกร็งสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการพาร์คินสันร่วมด้วย และให้อาหารทางสายยางในผู้ป่วยที่รับประทานอาหารเองไม่ได้
     2. การรักษาอาการสมองเสื่อม เนื่องจากผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มีการขาดสาร Acetylcholine ในสมอง ยาที่ได้ผลในการรักษาอาการเป็นยาที่เพิ่มสาร Acctylcholine ในสมอง ยาตัวแรกชื่อ Tacrine แต่ไม่นิยมใช้ เนื่องจากมีผลข้างเคียงมาก ที่พบบ่อยคือ ตับอักเสบ ยาเพิ่มสาร Acetylcholine ในสมองรุ่นที่สอง ได้แก่ Donepezil เป็นยาที่ผลข้างเคียงน้อย และช่วยลดอาการสมองเสื่อมได้อย่างมีนับสำคัญในผู้ป่วยที่มีอาการระยะที่ 1 และ 2 (อาการน้อยถึงปานกลาง)
       หากญาติผู้ใหญ่ของท่านเริ่มมีอาการโรคอัลไซเมอร์ ควรจะดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นกำลังใจที่ดีต่อผู้ป่วย

     จากผลการค้นคว้า วิจัย พบว่า น้ำลูกหม่อน สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคอัลไซเมอร์ได้ในระดับหนึ่งจริง ข้อมูลนี้เป็นที่ยอมรับและลงตีพิมพ์ในบทความต่างๆ ทั่วโลกอย่างแพร่หลาย เพียงแต่ขณะนี้ หาซื้อผลิตภัณฑ์ น้ำลูกหม่อน มีได้คุณภาพยากมาก
    บริษัท แมกน่า เฮอร์เบอร์ จำหน่าย น้ำลูกหม่อนชนิดเข้มข้น ที่มีสรรพคุณจริง ใช้ได้ผลจริง จากการยืนยันของผู้ดื่มทุกๆคน
    สั่งซื้อและสอบถามได้ที่
    เจ๊ณี เหล่ายาว โทร.089-4349501    E-mail : mulberry.peenee@gmail.com
   179 หมู่ 3 ต.เหล่ายาว อ.บ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน 51130 โทร 089-4349501
 



 

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554

วิจัยพบ “ลูกหม่อน” ป้องกัน อัลไซเมอร์

         วิจัยพบ “ลูกหม่อน” ป้องกัน อัลไซเมอร์
           นักวิจัยพบผลหม่อนแห้ง  มีสารออกฤทธิ์ป้องกันโรคอัลไซเมอร์  เตรียมทดลองใช้กับผู้ป่วยสมองเสื่อม  คาดปีหน้าผลิตขายได้สำเร็จ  ต้นทุนเพียงเม็ดละ  2  บาท  ถูกกว่ายาต่างประเทศหลายเท่า  เล็งจดสิทธิบัตรเร็วๆ  นี้
          นายประทีป  มีศิลป์  ผู้อำนวยการสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมาผลหม่อนได้รับการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ  อาทิ  น้ำผลไม้  ไวน์  แยม  เยลลี่  และลูกอม  เนื่องจากเป็นพืชผลที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคต่างๆ   เช่น   โรคไขข้ออักเสบ  โรคโลหิตจาง   โรคเบาหวาน  หลายประเทศทั่วโลกได้นำมาใช้ประโยชน์ในเชิงสุขภาพเป็นเวลานาน  ทั้งนี้  จากผลงานวิจัยล่าสุดพบว่า  ผลหม่อนอบแห้งมีสารออกฤทธิ์ป้องกันการตายของเซลล์ประสาทในภาวะต่างๆ   เช่น 
โรคความจำเสื่อม  หรือ อัลไซเมอร์  ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ยังไม่มีหน่วยงานใดๆ  ทำได้มาก่อน
     ผอ.สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ  ระบุว่า  การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพด้านความจำจากผลหม่อน  ได้ลงนามความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น   โดยเริ่มต้นศึกษาเมื่อปีที่แล้ว  จนกระทั่งค้นพบว่าหากนำผลหม่อนสุกไปอบแห้งแล้วบดเป็นผงใส่แคปซูลมารับประทาน  จะช่วยป้องกันรักษาโรคที่ผู้สูงอายุเป็นกันมากคือ  สมองเสื่อม  ความจำบกพร่อง  และอาการหลงลืมได้  อีกทั้งผลหม่อนในแต่ละช่วงระยะเวลา  ก็มีคุณค่าทางสารอาหารแตกต่างกัน  จึงต้องรู้วิธีเก็บเกี่ยวและกระบวนการแปรรูปให้ได้ประโยชน์มากที่สุด
         เขาบอกว่า  ขณะนี้ได้ทดสอบในห้องปฏิบัติการกับสัตว์ทดลอง  และทราบขนาดยาที่จะนำไปใช้กับผู้ป่วย  ซึ่งต้องทดสอบด้วยการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และจดจำ  โดยคาดว่าขั้นตอนทางคลินิกจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้  ก่อนถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนสามารถผลิตจำหน่ายได้ปีหน้า  นอกจากนี้  ตนได้หารือกับนักวิจัยแล้ว  คิดว่าจะต้องนำเทคนิคหรือกระบวนการวิจัยผลหม่อนมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองและป้องกันโรคความจำเสื่อม  ไปจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในเร็วๆ  นี้
        “จากตัวเลขของสาธารณสุข ปัจจุบัน คนไทยป่วยด้วย โรคอัลไซเมอร์ ที่เข้ารับการรักษาประมาณ 720,000 คนจะต้องรับประทานยาที่นำเข้าจากต่างประเทศวันละ 1 เม็ด ราคา 250 บาท แต่ผลิตภัณฑ์จากผลหม่อนมีต้นทุนอยู่ที่เม็ดละ 2 บาทเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าช่วยลดงบประมาณที่ต้องซื้อยาจากต่างประเทศได้มหาศาล”
     นายประทีปกล่าวอีกว่า  ปริมาณผลหม่อนที่มีอยู่ในทุกวันนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด  ที่ต้องการนำไปบริโภคและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ  พื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนมีประมาณ  500  ไร่ 
     เราจึงต้องเร่งขยายพื้นที่ปลูกหม่อนเพิ่มมากขึ้นอีก  500  ไร่   รวมทั้งพยายามศึกษาวิจัยให้ครอบคลุมทุกด้าน  ทั้งการหาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตหม่อนให้ติดดอกออกผลได้ตลอดปี  การหาวิธีป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูหม่อน  การเก็บรักษาผลหม่อนให้ได้เป็นระยะเวลานาน  ราคาถูก  สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  ออกสู่ท้องตลาด  และประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคยอมรับผลิตภัณฑ์จากผลหม่อนให้เป็นที่แพร่หลายอีกด้วย.
     น้ำลูกหม่อนชนิดเข้มข้น จาก บริษัท แมกน่า เฮอร์เบอร์ สามารถป้องกันและแก้ปัญหา 
โรคอัลไวเมอร์ ได้จริง ด้วยการดื่ม น้ำลูกหม่อนชนิดเข้มข้นเป็นประจำ
 

 

โรคไต โรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์ ป้องกันและแก้ปัญหาได้ด้วย น้ำลูกหม่อน

โรคไต โรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์ ป้องกันและแก้ปัญหาได้ด้วย น้ำลูกหม่อน      
     จากผลการดื่มและข้อมูลยืนยัน พบว่า 3 โรคอันตราย สามารถป้องกันและแก้ปัญหาได้ด้วย ผลิตภัณฑ์ น้ำลูกหม่อนชนิดเข้มข้น ได้จริง
      1. โรคไต รวมทั้ง ไตวาย การฟองไต ปัญหาเกี่ยวกับไต ทุกลักษณะ น้ำลูกหม่อน ช่วยฟื้นฟูไต ได้ ตามข้อมูลดังนี้
          "ผลหม่อนหรือเรียกว่าลูกหมอน กินสดทั้งผล มีสารประกอบของวิตามินซี ไบโอฟลาโวนอยด์สูงมาก สรรพคุณสมุนไพร : บำรุงไต แก้อาการอักเสบของเนื้อไต (ลูกหม่อนหาทานยากเสียหน่อย แต่บำรุงไตดีมาก)" และ 
        ชาวจีนให้ความสำคัญในด้านบำรุงเลือด แพทย์ชาวจีน ชื่อ เลี่ยงฮียัง ได้กล่าวถึงคุณประโยชน์ของการรับประทานผลหม่อนสุกไว้ว่า “ทำให้ตับไม่มีไฟ หัวใจคลายความร้อนรุ่ม เส้นประสาทตาดี สายตาก็แจ่มใส ร่างกายก็สุขสบาย”
        ผลจากการดื่ม น้ำลูกหม่อนชนิดเข้มข้น ปรากฎว่า ผู้ป่วยโรคไต สามารถลดจำนวนครั้งในการไปฟองไตลงได้จริง 

      2. โรคเบาหวาน การดื่ม น้ำลูกหม่อนชนิดเข้มข้น ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลให้กระแสเลือด แต่สรรพคุณในน้ำลูกหม่อนสามารถลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้จริง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จึงเห็นผลจากการดื่ม ทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลดลง
          ผลหม่อน เป็นยาเย็น ใช้ บำรุงกำลัง บำรุงประสาท แก้อาการนอนไม่หลับ ใช้รักษาโรคไขข้อ บำรุงหัวใจ บำรุงผมให้ ดกดำ เป็นยาระบาย แก้ธาตุไม่ปกติ
          ชาใบหม่อน ที่มีสรรพคุณโดดเด่นในการลดน้ำตาลในเลือด เป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากอยู่ในขณะนี้ ซึ่ง สรรพคุณที่ ผลหม่อนก็เป็นแบบเดียวกับ ใบหม่อน
          ลูกหม่อนยังเป็นพืชที่มีสรรพคุณเป็นยาแก้ปัญหาโรคต่างๆได้ เช่น โรคไขข้ออักเสบ โรคโลหิตจาง โรคเบาหวาน
    3. โรคอัลไซเมอร์ มีการทำการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง จนมีรายงานดังนี้
       "นักวิจัยพบ ผลหม่อนแห้ง มีสารออกฤทธิ์ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ จากผลงานวิจัยล่าสุดพบว่า ผลหม่อนอบแห้งมีสารออกฤทธิ์ป้องกันการตายของเซลล์ประสาทในภาวะต่างๆ เช่น โรคความจำเสื่อม หรือ อัลไซเมอร์"
      "ค้นพบว่าหากนำผลหม่อนสุกไปอบแห้งแล้วบดเป็นผงใส่แคปซูลมารับประทาน จะช่วยป้องกัน รักษาโรคที่ผู้สูงอายุเป็นกันมากคือ สมองเสื่อม ความจำบกพร่อง และอาการหลงลืมได้" 
       ดังนั้นการดื่มน้ำลูกหม่อนชนิดเข้มข้น จึให้ผลเช่นเดียวกัน
       น้ำลูกหม่อนชนิดเข้มข้น เป็นสูตร ที่คิดค้น โดย บริษัท แมกน่า เฮอร์เบอร์ จำกัด เพราะมองเห็นถึงสรรพคุณที่มีมากมายของน้ำลูกหม่อน จึง ผลิตน้ำลูกหม่อนชนิดเข้มข้น ออกจำหน่ายในตลาดเจ้าแรก ในราคาขวดละ 290 บาท(ปริมาณ 700 ซีซี)
         สามารถสั่งซื้อได้ที่
             เจ๊ณี    179 หมู่ 3 ต.เหล่ายาว  อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน 51130
             โทร. 0894349501